เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ลงชื่อเข้าใช้ - สมัครสมาชิก



เห็ดเป็นยา

เห็ดเป็นยา (Medicinal Mushroom)


1. เห็ดนางรม

เห็ดนางรม Pleurotus ostreatus

สารสำคัญ (Medicinal compound) Pleuran(polysaccharides) lovastatin , liquoriec

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ลดกรดไขมันชนิดเลวในเลือด ยับยั้งเซลมะเร็ง ต่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ แก้ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ

ขนาดที่ใช้ 1-2 กรัม/วัน สำหรับสารสกัดโพลิแช็คคาไรด์ หรือ 2-3 กรัม/วัน สำหรับสารสกัดจากเส้นใย เพื่อบำรุงร่างกาย

 10 - 15 กรัม/วัน สำหรับดอกเห็ดแห้งเพื่อควบคุมคลอเรสเตอรอล




 2.เห็ดขอนขาวหรือขอนดำ Lentinus squarrosulus(Mont.)

สารสำคัญ (Medicinal compound) Triterpenoids, ß-D-glucan,lentinan

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ลดกรดไขมันในเลือด ยับยั้งเซลมะเร็ง รักษาโรคกระเพาะเป็นแผล ต่อต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ แผลอักเสบ


3.เห็ดแครง Schizophyllum commune Fr

สารสำคัญ (Medicinal compound) polysaccharide ชื่อว่า Schizophyllan (1,3 B-glucan)

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ใช้ในต่อต้านเชื้อไวรัส และยับยั้งเซลมะเร็งชนิด Sarcoma 180 และ Sarcoma 37 ยับยังการเจริญเติบโตของเนื้องอก


4.เห็ดหูหนูขาว

บำรุงน้ำอสุจิ ไต ตับ ร้อนใน ปอด หลั่งน้ำลาย ย่อยอาหารและบำรุงกระเพาะ หยุดอาการไอ ลดไข้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ระบบเลือด หัวใจ และบำรุงสมอง

หลอดลมอักเสบเรื้อรัง อาการไอ ขับเสมหะและโรคหอบหืด อาการไอแห้ง ๆ แผลเรื้อรังในปอด หลอดลม ช่วยการระบาย รักษาโรคบิด ยับยั้งเซลล์มะเร็ง


5.เห็ดหลินจือ Ganoderma lucidum

สารสำคัญ (Medicinal compound) Polysaccharides triterpenoids sterols

สรรพคุณ (Medicinal properties)

บำรุงร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลีย แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง รักษาโรคหัวใจ และช่วยให้นอนหลับ

กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านเนื้องอกและมะเร็ง ป้องกันเส้นปราสาทเสื่อม ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในเลือด ต้านการอักเสบ


6.เห็ดหอมหรือเห็ดชิตาเก๊ะ Lentinus edodes

สารสำคัญ (Medicinal compound) Eritadenine, nucleic acid, lentinan(polysaccharides),triterpene

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ลดกรดไขมัน ป้องกันและยับยั้งเซลมะเร็ง ควบคุมเบาหวาน

อัตราการใช้ 2-6 กรัม/วัน สำหรับสารสกัดโพลีแช็คคาไรด์ ใช้ในการเสริมภูมิคุ้มกัน

ใช้ 9 กรัม/วัน สำหรับดอกแห้ง เพื่อควบคุมโคเลสเตอรอล



 7.เห็ดหัวลิง หรือภู่มาลา Hericium erinaceus

สารสำคัญ (Medicinal compound) Threitol , D-arabinitol, palmatic acid, ß-D-glucan, triterpene

สรรพคุณ (Medicinal properties)

กำจัดอนุมูลอิสระ ควบคุมกรดไขมันในเส้นเลือดให้ปกติ ควบคุมปริมาณน้ำตาลกลูโคสในเลือด รักษามะเร็งกระเพาะและลำใส้ สร้างและบำรุงเซลสมองและประสาท

อัตราการใช้ 3-5 กรัม/วัน สำหรับสารสกัด


 8.เห็ดกระถินพิมาน Phellinus linteus

สารสำคัญ (Medicinal compound) Polysaccaharies (1,6-heteroglycan, galactomannoglucan), natural steroids, triterpene

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด (เช่น มะเร็งตับ ปอด มดลูก ต่อมลูกหมาก) เบาหวาน สร้างเม็ดเลือด แผลผุพอง ภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่ แผลผื่นคัน ไขข้ออักเสบ โรครูมาตอย

อัตราการใช้ 10 - 30 กรัม/วัน สำหรับเห็ดแห้ง หรือ 2-3 กรัม/วันสำหรับสารสกัดโพลีแช็คคาไรด์


9.เห็ดกระดุมบราซิล Agaricus blazei
สารสำคัญ (Medicinal compound)
Polysaccharides (ß-glucan)
natural steroids, triterpene

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด (เช่น มะเร็งลำใส้ ปากมดลูก ปอด ต่อมลูกหมาก ผิวหนัง ตับ ผิวหนัง) เบาหวาน สร้างเม็ดเลือด แผลผุพอง ภูมิแพ้

อัตราการใช้ 3 กรัม/วัน สำหรับสารสกัดโพลีแช็คคาไรด์


10.เห็ดขอนช้อนหรือเห็ดไมตาเก๊ะ Grifola frondosa
สารสำคัญ (Medicinal compound)
Polysaccharide Krestin (PSK),
Grifolan(1-3) ß-glucan 

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ต่อต้านเซลมะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อต้านเชื้อราและไวรัสเชื้อเอดส์

อัตราการใช้ 4 - 6 กรัม/วัน สำหรับสารสกัด


11.เห็ดหางไก่งวง Turkey Tail
สารสำคัญ (Medicinal compound)
Polysaccharides
Eritadenine
PSK
lentinan 

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ใช้กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต่อต้านมะเร็งปอด ลดไขมันชนิดเล็ว (LDL) และต่อท้านเชื้อไวรัส  ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง
ใช้บำบัดรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร  หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่  เต้านม และมะเร็งปอด

อัตราการใช้ 3 - 6 กรัม/วัน สารสกัดโพลีแช็คคาไรด์ใช้ในการรักษามะเร็ง

ใช้  1 -  2 กรัม/วัน ใช้ในการเสริมภูมิคุ้มกัน


12.เห็ดเยื่อไผ่หรือเห็ดร่างแห
Dictyophora indusiata
สารสำคัญ (Medicinal compound)
T-5-N(ß-1-3,1-6,-D-Glucan)
Dictyophorine A and B,
Quinazoline , Polyphenol

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ลดความดันโลหิต ช่วยโรคเกาต์ โรครูมาติซึม ลดคอเลสเตอรอล ลดความอ้วน ต่อต้านมะเร็ง กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยกระตุ้นและสร้างเซลระบบประสาทและสมอง ในเมือกมีสารอัลลันโทอิน กรดไกลโคลิก กรดไฮยาลูรอนิค นำไปใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้



 13.เห็ดถั่งเช่าสีทอง Cordyceps militaris

สารสำคัญ (Medicinal compound) N-(2-hydroxyethyl) –adenosine Cordycepin, 3-deoxyadenosine ,adennosine ,Ergosterol polysaccharides glycoprotein and peptides

สรรพคุณ (Medicinal properties)

ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มพลังให้กับร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อเซลมะเร็ง กำจัดอนุมูลอิสระ รักษาแผลหนอง ยับยั้งแบคทีเรียสาเหตุโรค ควบคุมกรดไขมันและน้ำตาลในเลือด  บำรุงเซลประสาท บำรุงเลือด  โรคภูมิแพ้ หอบหืด บำรุงไต บำรุงปอด เป็นยาอายุวัฒนะ

....................................................................................................................................................................................


งานวิจัยด้านเห็ด



บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน


ถั่งเช่า ช่วยเพิ่มสมรรถภาพ จริงหรือ?


รองศาสตราจารย์ ดร.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์
และ ธิดารัตน์ จันทร์ดอน
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล




ณ วันนี้คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยิน คำว่า “ถั่งเช่า” หรือ “ถั่งเฉ้า” สมุนไพรที่อ้างกันว่าช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ จริง ๆ แล้ว “ถั่งเช่า” คืออะไร มีสรรพคุณตามคำกล่าวอ้างเหล่านั้นหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบ
“ถั่งเช่า” หรือที่รู้จักกันว่า “ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย” หรือ ตังถั่งเช่า หรือ ตังถั่งแห่เช่า แปลเป็นไทยว่า “ฤดูหนาวเป็นหนอน ฤดูร้อนเป็นหญ้า” หรือที่เรียกกันว่า “หญ้าหนอน” ทั้งนี้เพราะว่า ยาสมุนไพรชนิดนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นตัวหนอน คือ ตัวหนอนของผีเสื้อ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hepialus armoricanus Oberthiir และบนตัวหนอนมีเห็ดชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cordyceps sinensis (Berk.) Saec. หนอนชนิดนี้ในฤดูหนาวจะฝังตัวจำศีลอยู่ใต้ดินภูเขาหิมะ เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลาย สปอร์เห็ดจะพัดไปกับน้ำแข็งที่ละลาย แล้วไปตกที่พื้นดิน จากนั้นตัวหนอนเหล่านี้ก็จะกินสปอร์ และเมื่อฤดูร้อนสปอร์ก็เริ่มเจริญเติบโตเป็นเส้นใยโดยอาศัยการดูดสารอาหารและแร่ธาตุจากตัวหนอนนั้น เส้นใยงอกออกจากท้องของตัวหนอน และงอกออกจากปากของมัน เห็ดเหล่านี้ต้องการแสงอาทิตย์มันจึงงอกขึ้นสู่พื้นดิน รูปลักษณะภายนอกคล้ายไม้กระบอก ส่วนตัวหนอนเองก็จะค่อย ๆ ตายไป อยู่ในลักษณะของหนอนตายซาก ฉะนั้น “ถั่งเช่า” ที่ใช้ทำเป็นยาก็คือ ตัวหนอนและเห็ดที่แห้งแล้วนั่นเอง



ถั่งเช่าพบได้ในแถบทุ่งหญ้าบนภูเขาประเทศจีน (ธิเบต) เนปาล และภูฏาน ระดับความสูง 10,000-12,000 ฟุต จากระดับน้ำทะเล ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่เพาะในบริเวณภาคใต้ในมณฑลชิงไห่ เขตซางโตวในธิเบต มณฑลเสฉวน ยูนนาน และกุ้ยโจว การเก็บถั่งเช่าจะเก็บในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ เมื่อขุดตัวหนอนขึ้นจากดินแล้ว ล้างน้ำให้สะอาด แล้วตากแห้ง การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในที่แห้ง
“ถั่งเช่า” ถือได้ว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานนับศตวรรษ มีสรรพคุณทางยาแผนโบราณที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศจีนในเรื่องของกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ และใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ และไต เป็นต้น
องค์ประกอบทางเคมีของถั่งเช่า
ถั่งเช่าอุดมไปด้วยสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ได้แก่ โพลีแซคคาไรด์ (galactomannan), นิวคลีโอไทด์ (adenosine, cordycepin), cordycepic acid, กรดอะมิโน และสเตอรอล (ergosterol, beta-sitosterol) นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามินต่างๆ ( Vit E, K, B1, B2 และ B12) และแร่ธาตุต่าง ๆ (โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี และซิลิเนียม) เป็นต้น
รายงานการวิจัยในคน
ถึงแม้ว่า “ถั่งเช่า” มีการใช้อย่างแพร่หลายและมีราคาสูง แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาในคนอย่างเป็นระบบมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกรณีศึกษาเท่านั้น ตัวอย่างเช่น
  • กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ พบว่าการวิจัยในผู้ชาย 22 คน ใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม พบว่าช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และมีผลลดปริมาณของสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29% และมีอีกกรณีศึกษาในผู้ป่วยทั้งชายและหญิง 189 คน ที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนว่าการรับประทานถั่งเช่าจะช่วยปกป้องและช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไต ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส และจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300 % และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86%
  • กรณีศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interlukin-1beta (IL-1beta), interlukin-6 (IL-6), interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น
  • กรณีศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%
  • กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการฟื้นฟูระบบการทำงานของไต โดยให้ผู้ป่วยภาวะไตวายเรื้อรังรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3-5 กรัม/วัน พบว่าถั่งเช่าทำให้การทำงานของไตมีประสิทธิภาพดีขึ้น และพบว่าหลังจากให้ผู้ป่วยรับประทานถั่งเช่าต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน 1 เดือน สามารถช่วยลดอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะไตวาย ได้แก่ ลดความดันโลหิต ลดระดับโปรตีนในปัสสาวะ ลดการเกิดภาวะโลหิตจาง และช่วยเพิ่มเอนไซม์ superoxide dismutase (SOD) ซึ่งป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีรายงานว่าการให้ผู้ป่วยที่การทำงานของไตบกพร่องจากการใช้ยา gentamicin รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89 % เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากรับประทานถั่งเช่าภายใน 6 วัน


การศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น
ข้อควรระวัง

  1. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด
  2. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
  3. ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive) ทั้งนี้เพราะว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน


“ถั่งเช่า” ถือได้ว่าเป็นสมุนไพรสุดฮิตในปัจจุบัน เป็นการใช้ตามสรรพคุณของภูมิปัญญาที่มีมานานกว่าศตวรรษ แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะการศึกษาทางคลินิกยังมีน้อย ฉะนั้นการใช้ถั่งเช่าจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะ ถั่งเช่ามีราคาสูงมาก ทั้งนี้ยังพบว่าในท้องตลาดมีถั่งเช่าหลายระดับคุณภาพมาก ตามภูมิปัญญาของจีนมีการจัดคุณภาพของถั่งเช่าเป็น 3 ระ ดับ ระดับที่ดีที่สุด ความยาวของตัวเห็ดจะเท่ากับความยาวของตัวหนอน (ประมาณ 3-4 เซนติเมตร) ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองซึ่งเป็นเห็ดสกุลเดียวกับตังถั่งเช่า (Cordyceps) แต่คนละชนิด (species) และมีการกล่าวอ้างว่ามีคุณภาพดีกว่าตังถั่งเช่า ซึ่งจะต้องมีการศึกษาพิสูจน์ต่อไป นอกจากนี้ขนาดบริโภคของผู้ใหญ่ (อายุมากกว่า 18 ปี) ในแต่ละวัน ประมาณ 3-9 กรัม ชงกับน้ำร้อน หรือประกอบอาหาร ขนาดการใช้ที่มากเกินไปอาจจะก่อเกิดผลเสียได้ การใช้ในหญิงมีครรภ์ หญิงในนมบุตร และในเด็ก ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ และห้ามใช้ในคนที่แพ้เห็ด Cordyceps ผู้ป่วยที่มีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และผู้ป่วยที่มีการเต้นของหัวใจผิดปกติ ฉะนั้นจึงควรระมัดระวังในการใช้และควรมีการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการใช้ถั่งเช่าในการรักษาโรคเพื่อความปลอดภัยและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

เอกสารอ้างอิง

  1. http://www.naturalstandard.com/
  2. Shashidhar MG, Giridhar P, Udaya Sankar K, Manohar B. Bioactive principles from Cordyceps sinensis: A potent food supplement – A review. J Functional Food 2013;5(3):1013-30.

ที่มา http://www.pharmacy.mahidol.ac.th